๑๕



การอ่านร้อยกรอง

 

                     การอ่านร้อยกรองถ้าอ่านในใจหรืออ่านออกเสียงปกติเหมือนอ่านร้อยแก้ว เพื่อให้
ทราบความหมาย ไม่ต้องการความไพเราะของเสียงก็สามารถอ่านได้ตามวรรคตอน เป็นเรื่อง
ปกติเหมือนอ่านร้อยแก้ว แต่การอ่านร้อยกรองในลักษณะของการอ่านทำนองเสนาะนั้น ต้อง
อ่านออกเสียงให้เสียงไพเราะเสนาะหู น่าฟัง มีทำนอง ลีลา มีการใช้เสียงและมีจังหวะที่
แตกต่างกันออกไปตามชนิดและประเภทของบทร้อยกรอง ซึ่งมีข้อควรปฏิบัติดังนี้
                     . นำบทร้อยกรองที่จะอ่านมาศึกษาให้ทราบว่าเป็นร้อยกรองประเภทใด จะอ่าน
ทำนอง เสนาะ อย่างไร
                     . ศึกษาลักษณะบังคับของบทร้อยกรองนั้นๆ ให้ทราบจังหวะสัมผัส และลีลาการ
อ่าน ให้ เข้าใจ
                     . ฝึกอ่านออกเสียงธรรมดาก่อน แล้วจึงหัดอ่านออกเสียงเป็นจังหวะ ตามสัมผัส
คล้องจอง
                     . ฝึกอ่านตามตัวอย่างเป็นทำนองเสนาะ ฝึกออกเสียงตามหลาย ๆ ครั้งจนคล่อง
และ จำ ได้
                     . ใช้เสียงเหมาะสมกับอารมณ์และบรรยากาศของข้อความในร้อยกรองที่อ่าน เช่น
ปลุกใจ รัก เศร้า ฯลฯ ให้สอดคล้องเหมาะสม
                     . รู้จักใช้ศิลปะในการใช้น้ำเสียงในการอ่าน
หลักสำคัญของศิลปะแห่งการใช้น้ำเสียงอยู่ที่การเลือกใช้น้ำเสียงได้อย่างเหมาะสม
ไม่ดัดเสียงหรือฝืนเสียงให้ผิดธรรมชาติ คงใช้เสียงตามธรรมชาติของผู้อ่านเองให้เหมาะสม
กับความหมาย อารมณ์ ความรู้สึ กของบทอ่านนั้นๆ พิจารณาดูข้อความว่าเป็นลักษณะใด
เยาะเย้ย เสียดสี คาดคั้น ถากถาง ประชดประชัน ดุด่า ปลอบใจ โศกเศร้า ตื่นเต้นสูญเสีย
อ้อนวอน ฯลฯ แล้วตัดสินใจเปล่งเสียงออกมาแบบกระแทกเสียง กระซิบ ลากเสียงยาว ห้วน
สั้น สะบัดเสียง เสียงขาดหาย เสียงขาดหายเป็นห้วง ๆ เป็นต้น
                          การอ่านเพื่อเก็บความรู้ ผู้อ่านอาจเลือกเก็บเฉพาะข้อความที่ตนต้องการ เพื่อใช้
ประโยชน์บางอย่างก็ได้ ถ้าความรู้ซับซ้อนก็อาจข้ามไปก่อน เลือกเก็บเฉพาะส่วนที่สามารถ
เข้าใจได้หรือเลือกเฉพาะหัวข้อสำคัญ