๑๒

 

การอ่านกาพย์ยานี ๑๑ เป็นการอ่านวรรคหน้า ๕ คำ วรรคหลัง ๖ คำ โดยวรรคหน้า
อ่าน ๒-๓ พรรคหลังอ่าน ๓-๓ เช่น

 

ขึ้นถก/ตกทุกข์ยาก

แสนลำบาก/จากเวียงไชย

มันเผือก/เลือกเผาไฟ

กินผลไม้/ได้เป็นแรง

 

(กาพย์พระไชยสุริยา)

 

ถ้าผู้เรียนต้องการอ่านทำนองเสนาะให้เป็น ผู้เรียนจะต้องฝึกฝนการอ่านจากครูหรือ
ผู้รู้ในท้องถิ่น และฝึกอ่านบ่อย ๆ หรืออ่านตามแถบบันทึกเสียง (ขอสำเนาได้ที่ศูนย์เทคโนโลยี
ทางการศึกษา กรมการศึกษานอกโรงเรียน ถนนศรีอยุธยา เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
๑๐๔๐๐ )

ในการอ่านบทร้อยกรองนี้ นอกจากจะอ่านเป็นแล้ว ผู้อ่านจะต้องรู้คุณค่าของบท
ร้อยกรองนั้นๆ ด้วยว่า

. ผู้แต่งมีการนำเสนอความคิดดีไม่มีการชักจูงผู้อ่านให้กระทำในสิ่งที่ผิดศีลธรรม
ประเพณี

. มีวิธีการแต่งดี ได้แก่ ใช้ถ้อยคำที่สื่อความหมายที่เข้าใจง่าย ไพเราะ ไม่วกวน

. เนื้อหามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน

กิจกรรมที่ ๔

เมื่อผู้เรียนมีความเข้าใจถึงคุณค่าของการอ่านบทร้อยกรอง แล้วจึงขอให้ผู้เรียน
จดจำบทร้อยกรองที่ผู้เรียนเคยอ่านมาแล้ว ต้องการจดจำไว้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์เพื่อเป็นคติ
สอนใจหรือเพื่อประโยชน์อื่นๆ ได้ ทั้งนี้ผู้เรียนจะอธิบายคุณค่าของบทร้อยกรองที่จำได้ด้วย

เมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงวิธีการอ่านออกเสียง การอ่านในใจ การอ่านบทร้อยแก้ว
การอ่านบทร้อยกรองมาแล้วก็ตาม แต่การอ่านนั้นผู้อ่านจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในความ
หมายของคำ สำนวน โวหาร การบรรยาย การพรรณนา การเปรียบเทียบ การใช้บริบท
ตลอดจนสามารถแยกแยะให้ได้ว่าบทความที่อ่านนั้นเป็นการนำเสนอข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น
การวิเคราะห์ความ ตีความเพื่อสรุปความ ทั้งนี้เพราะเมื่อผู้อ่านได้อ่านบทความ หรือข้อความ
ใด ๆ ก็ตาม แล้วพบว่าผู้เขียนอาจจะใช้สิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าผู้อ่าน
ที่ไม่เข้าใจก็อาจจะแปลความหมายที่ไม่ถูกต้องได้ เช่น